Blendata เปิดเวที “Data & AI Decoded 2026” ประกาศวิสัยทัศน์ Data First. AI That Works. [PR]

0

เบลนเดต้า (Blendata) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Sovereign Data & AI Lakehouse ในเครือบริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ GABLE จัดงานสัมมนา “Data & AI Decoded 2026: Data First. AI That Works.” รวมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทั่วภูมิภาคร่วมงานกว่า 150 คน ท่ามกลางกระแสที่องค์กรกำลังเปลี่ยนผ่าน AI จากช่วงทดลอง (POC) สู่การใช้งานจริงระดับ Production

ทั้งนี้ Blendata ชี้ว่ากุญแจสำคัญ คือ Data First หรือการวางรากฐานข้อมูลให้พร้อม ก่อนต่อยอดสู่ AI บนแพลตฟอร์มที่องค์กรควบคุมได้เองทุกมิติ สอดรับเทรนด์อธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) ที่เป็นวาระสำคัญทั่วโลก พร้อมเปิดตัว Blendata Apollo ซึ่งเป็น AI-powered Data Interface ที่เปิดให้องค์กรเลือกใช้ AI Model ได้หลากหลาย โดยข้อมูลยังอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรตลอดกระบวนการ พร้อมประกาศความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดต่างประเทศ สะท้อนการขับเคลื่อนเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีไทยไปสู่แถวหน้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบลนเดต้า จำกัด เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเป็นดาวรุ่งด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน Data และ AI ครั้งใหญ่ทั้งจากเอกชนและภาครัฐ โดยมีเม็ดเงินลงทุนขยายตัวมากกว่า 12 เท่าในรอบ 5 ปี จาก 4.2 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.39 แสนล้านบาท ในปี 2564 สู่ระดับที่คาดการณ์ประมาณ 52 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.72 ล้านล้านบาทในปี 2569 ขณะเดียวกันผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลกเริ่มเห็นตรงกันว่า AI Model กำลังกลายเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรเข้าถึงได้ (Commodity) และสิ่งที่สำคัญที่จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่แท้จริง คือข้อมูลเฉพาะขององค์กร 

Blendata จึงชูแนวทาง Data First ผ่านแพลตฟอร์ม Blendata Enterprise ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Sovereign by Design โดยมองว่าการให้ความเป็นอธิปไตยทางข้อมูล หรือ Data Sovereignty เป็นเรื่องของ “อำนาจในการควบคุม” ไม่ใช่เพียงที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์ องค์กรสามารถติดตั้งได้ทุกสภาพแวดล้อม ทั้ง Data Center ขององค์กรเอง, Private Cloud, Public Cloud ไปจนถึงระบบปิดแบบ Air-gapped ซึ่งมีหลายองค์กรทั้งในไทยและต่างประเทศได้นำไปใช้งานจริงแล้วทั่วภูมิภาค

นายณัฐนภัส ตอกย้ำว่า ความได้เปรียบทางธุรกิจขององค์กรคือ “ข้อมูล” แต่การ “เช่า” หรือพึ่งพาแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งภายใต้เงื่อนไข ราคา และเขตอำนาจทางกฎหมายของผู้อื่น ย่อมไม่ใช่ความได้เปรียบที่แท้จริง แม้องค์กรจะมีข้อมูลที่มีคุณค่ามากที่สุดอยู่ในมือ แต่ข้อมูลเหล่านั้นอาจไม่สามารถนำมาใช้ได้เต็มศักยภาพ หากยังติดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ ความปลอดภัย หรือเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัว Blendata Apollo อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดให้องค์กรใช้งานได้จริง โดย Blendata วางตำแหน่ง Blendata Apollo เป็น AI-powered Data Interface ที่เปลี่ยนวิธีการเข้าถึงข้อมูลขององค์กร จากการเขียนคำสั่งค้นหาข้อมูลด้วย SQL (Query) สู่การถามด้วยภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน (Ask) โดย Blendata Apollo จะตอบกลับด้วยข้อมูลที่พร้อมนำไปใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นข้อความสรุป ตาราง หรือกราฟ จุดเด่นสำคัญคือการเปิดให้องค์กรเลือกใช้ AI Model ได้ทุกค่ายตามนโยบายของตนเองโดยไม่ผูกกับผู้ให้บริการ AI รายใดรายหนึ่ง และสลับโมเดลได้ตามความเหมาะสมในยุคที่เทคโนโลยี AI เปลี่ยนแปลงเร็ว ขณะที่ข้อมูลทั้งหมดยังอยู่ในสภาพแวดล้อมขององค์กรตลอดกระบวนการ รองรับการติดตั้งแบบ 100% On-premise ไปจนถึงระดับ Air-gapped ที่ตัดขาดจากเครือข่ายภายนอกโดยสิ้นเชิง พร้อมความปลอดภัยระดับองค์กร ทั้งการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล ระบบ Audit Log และกลไกตรวจจับ Prompt Injection โดยระบบจะแปลงคำถามเป็นคำสั่ง SQL ให้อัตโนมัติพร้อมแสดงที่มาของคำตอบให้ตรวจสอบได้ และเชื่อมต่อฐานข้อมูลหรือ Data Warehouse เดิมขององค์กรผ่านมาตรฐาน JDBC ได้โดยไม่ต้องย้ายข้อมูล

คุณสมบัติทั้งหมดเป็นการต่อยอดจากรากฐานข้อมูลสู่ AI ที่ใช้งานได้จริง ตั้งแต่ Traditional AI อาทิ โมเดลคาดการณ์พฤติกรรมลูกค้าและการตรวจจับความผิดปกติ สู่ AI Agent และ Multi-Agent Systems ที่นำ AI หลายตัวทำงานร่วมกันในภารกิจซับซ้อน เช่น การย้ายระบบข้อมูลขนาดใหญ่แบบอัตโนมัติพร้อมการตรวจสอบความถูกต้อง หรือกรณีตัวอย่างการวิเคราะห์หลักฐานคดีอาชญากรรมทางการเงินจนถึงระดับร่างสำนวนคดี

“ความเชื่อมั่นในแนวทางดังกล่าวสะท้อนผ่านผลประกอบการของ Blendata ในปีที่ผ่านมา ที่มีกำไรสุทธิเติบโตเกือบ 3 เท่า ยอดขายและแบ็กล็อกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดต่างประเทศได้สำเร็จ ครอบคลุมไทยและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยปี 2569 Blendata ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ บนแพลตฟอร์ม อาทิ Vector DB, Blendata MCP, AI Workspace powered by Blendata Apollo, GenBI, Blendata File System, MLOps และรองรับ Huawei Cloud รวมถึง Datamart Engine ใหม่ ที่จะเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปีนี้ พร้อมเดินหน้าเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีฝีมือคนไทย ขึ้นสู่แถวหน้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” นายณัฐนภัสกล่าวย้ำ

อนึ่ง งาน “Data & AI Decoded 2026: Data First. AI That Works.”ครั้งนี้    Blendata ได้เปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ “Building AI-Ready Organizations: Strategies for a Data-Driven Future” แลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงในการสร้างความพร้อมด้าน Data เพื่อขับเคลื่อนอนาคตขององค์กรให้มีทั้งอธิปไตย (Sovereignty) และธรรมาภิบาล (Governance) ในการใช้ AI ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมมุมมองระดับภูมิภาคที่ตอกย้ำบทบาทของ Blendata ในฐานะผู้เล่นระดับอาเซียน โดยเจาะลึกภาพรวมด้าน Data และ AI ของอินโดนีเซีย ในหัวข้อ “Indonesia’s AI & Data Investment Landscape: Trends, Priorities, and Opportunities” ทั้งนโยบายรัฐไปถึงโอกาสการลงทุนขององค์กรธุรกิจต่าง ๆ ซึ่ง Blendata ได้เข้าไปให้บริการในอินโดนีเซียในจังหวะที่เหมาะสม

ขณะที่ Glocomp พันธมิตรของ Blendata จากมาเลเซีย ได้ถ่ายทอดประสบการณ์จริงในหัวข้อ “What We See in Malaysia: From Data Platform to Production AI” สะท้อนการเชื่อมองค์ความรู้และเครือข่ายพันธมิตรด้าน Data และ AI ครอบคลุมไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ปิดท้ายด้วยเวทีเสวนา “Agentic AI: When AI Becomes a Digital Workforce” ร่วมสำรวจความท้าทายและกุญแจสู่ความสำเร็จของ Agentic AI ที่กำลังก้าวจากเครื่องมือสนับสนุน สู่ “Digital Workforce” ที่วางแผน ตัดสินใจ และทำงานร่วมกับมนุษย์ได้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันขององค์กร

นอกจากเวทีสัมมนา ภายในงานยังจัดแสดงบูธเทคโนโลยีรวม 14 บูธ ครอบคลุม 7 โซลูชันหลักของ Blendata ครบทั้ง 3 มิติ ได้แก่ การสร้างรากฐานข้อมูลอย่าง Sovereign Data & AI Lakehouse และ Data Management & Governance การเปลี่ยนข้อมูลให้พร้อมใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Real-time Data Analytics และ Active Data Archiving และการต่อยอดข้อมูลสู่ AI ครอบคลุม Blendata Apollo & Customer 360, AI Migration และ Cyber Security พร้อมด้วยบูธพันธมิตรชั้นนำอีก 7 ราย ได้แก่ Quantum, HPE, Everpure, Get On, Huawei, Opsta และ UIH Cloud สะท้อนความแข็งแกร่งของระบบนิเวศเทคโนโลยีที่ Blendata สร้างร่วมกับพันธมิตรทั้งในไทยและภูมิภาค

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Blendata: https://blendata.com