เมื่อปริมาณงานด้าน AI ทั่วโลก มีขนาดและความซับซ้อนเพิ่มขึ้น และพัฒนาการฝึกโมเดล (model training) ไปสู่การประมวลผลเพื่อการอนุมาน (inference) และระบบ AI แบบเอเจนต์ (Agentic AI) ความต้องการจัดเก็บข้อมูลทั่วโลกจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ความต้องการเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลที่สามารถรองรับการขยายตัวได้อย่างคุ้มค่า และการพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว มีความสำคัญอย่างยิ่ง
เพื่อรองรับความต้องการที่สำคัญทั้งสองด้าน บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ปอเรชัน (Nasdaq: WDC) ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสร้างความร่วมมือระยะยาว โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี Heat-Assisted Magnetic Recording (HAMR) ควบคู่ไปกับการสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในประเทศ
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ลงนามโดย นายฟิลิป เบอร์นาร์ด (Mr. Philip Bernard) รองประธานกรรมการอาวุโส Global HDD Assembly and Backend Operations บริษัท WD และ ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัตร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยความร่วมมือนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงและ การขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจบนฐานความรู้
ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บข้อมูล เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจข้อมูลในยุค AI
ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของปริมาณงานด้าน AI ทั่วโลก ความต้องการระบบจัดเก็บข้อมูลที่มีความจุสูง คุ้มค่าต่อต้นทุน และมีความน่าเชื่อถือจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เทคโนโลยี HAMR มีศักยภาพในการยกระดับขีดความสามารถของฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ด้วยการเพิ่มทั้งความจุและความหนาแน่นของข้อมูลต่อพื้นที่ (Areal Density) เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บข้อมูลที่สามารถขยายขนาดได้อย่างคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเศรษฐกิจข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ตลอดระยะเวลา 5 ปีของความร่วมมือ WD ประเทศไทย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะร่วมกันผลักดันงานวิจัยในด้าน การวิจัยขั้นสูงที่สำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยี HAMR ครอบคลุมตั้งแต่วิศวกรรมด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือขั้นสูง การวิจัยด้านวัสดุศาสตร์สำหรับสื่อบันทึกข้อมูลแบบดิสก์ยุคถัดไป (Next-generation disk media) ไปจนถึงนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนกระบวนการผลิตไดรฟ์ที่มีความจุสูงขึ้น
การลงทุนเพื่อพัฒนาบุคลากร Deep Tech รุ่นใหม่ของไทย
นอกเหนือจากความร่วมมือด้านการวิจัยแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการเสริมสร้างศักยภาพด้านการวิจัย ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม และพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) เพื่อรองรับตลาดแรงงานของประเทศไทยในอนาคต
ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่อยู่แถวหน้าของนวัตกรรมด้านการจัดเก็บข้อมูล WD จะนำความเชี่ยวชาญด้านฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) และองค์ความรู้ในอุตสาหกรรมมาร่วมต่อยอดความร่วมมือในครั้งนี้ ผ่านการทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับคณาจารย์ นักวิจัย และนิสิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ความร่วมมือครั้งนี้ยังจะเปิดโอกาสให้ประชาคมวิชาการได้เรียนรู้ และสัมผัสกับโจทย์และความท้าทายที่เกิดขึ้นจริงในภาคอุตสาหกรรม พร้อมมีส่วนร่วมในงานวิจัยที่นำไปประยุกต์ใช้จริง
ทั้งสององค์กรจะร่วมกันขับเคลื่อนความร่วมมือผ่านการให้คำปรึกษาทางวิชาการการจัดหลักสูตรฝึกอบรม ตลอดจนโครงการยกระดับทักษะ (Upskilling) และพัฒนาทักษะใหม่ (Reskilling) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม พร้อมกับการสร้างนักวิจัย วิศวกร และผู้นำทางเทคโนโลยีรุ่นใหม่ของประเทศไทย
“ประเทศไทยเป็นฐานสำคัญของการดำเนินงานระดับโลกของ WD มาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ และความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะสานต่อและยกระดับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จากความเป็นเลิศด้านการผลิตสู่การวิจัยและนวัตกรรม ในฐานะผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูลที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจข้อมูล AI ของโลก เราตระหนักดีว่าการสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในยุคต่อไปจำเป็นต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีขั้นสูง และบุคลากรที่มีความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านั้นให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น” นายฟิลิป เบอร์นาร์ด (Mr. Philip Bernard) รองประธานกรรมการอาวุโส HDD Assembly and Backend Operations บริษัท WDกล่าว “การลงทุนด้านการวิจัยเทคโนโลยี HAMR และการพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคตในประเทศไทยจะมีส่วนช่วยสร้างระบบนิเวศทางนวัตกรรมที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในยุค AI”
“บันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ WD ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังการผสานความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อแก้ไขโจทย์ความท้าทายทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจริง นักวิจัยและนิสิตของเราจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้ และสัมผัสกับเทคโนโลยีที่อยู่แถวหน้าของอุตสาหกรรม พร้อมทั้งร่วมพัฒนาแนวทางที่จะมีส่วนกำหนดอนาคตของเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลในระดับโลก” ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัตร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งตอบโจทย์ความท้าทายสำคัญด้านวิศวกรรม ซึ่งมีบทบาทต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการจัดเก็บข้อมูลแห่งอนาคต พร้อมผลักดันเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลที่มีความจุสูงและคุ้มค่าด้านต้นทุน เพื่อรองรับปริมาณงานด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก นอกจากนี้ยังตอกย้ำบทบาทสำคัญของการผสานความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และภาครัฐ ในการขับเคลื่อนการเติบโตด้วยนวัตกรรมพร้อมเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทย ให้เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับการลงทุนในเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูง ขณะที่ประเทศกำลังก้าวสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยฐานความรู้และนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech)


