แม้ว่าคนรุ่น Gen Z ทั้งในระดับโลกและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะใช้เวลาบนโลกออนไลน์และมั่นใจในการใช้งานโลกดิจิทัลมากกว่าคนรุ่นอื่น แต่ผลวิจัยใหม่จากศูนย์วิจัยตลาดภายในของ แคสเปอร์สกี้สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 7,200 คนทั่วโลก พบว่าคนรุ่น Gen Z มีแนวโน้มที่จะใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสบนอุปกรณ์มือถือหรือเปลี่ยนรหัสผ่านน้อยกว่าคนรุ่นอื่นๆ
Gen Z เป็นกลุ่มที่ใช้เวลาบนโลกออนไลน์ในสัดส่วนที่มากกว่าคนรุ่นอื่น โดยผลวิจัยใหม่แคสเปอร์สกี้ ระบุว่า Gen Z 57% ทั่วโลกใช้เวลาบนโลกออนไลน์มากกว่าออฟไลน์ ซึ่งตัวเลขของ Gen Z ในเอเชียแปซิฟิกก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน (56%) และถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคนทุกรุ่นที่ได้รับการสำรวจ นอกจากนี้ สมาร์ตโฟนยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตในโลกดิจิทัล โดย Gen Z ในเอเชียแปซิฟิก 75% ระบุว่าสมาร์ตโฟนเป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ
ทัศนคติและพฤติกรรมด้านดิจิทัลของ Gen Z ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
| สัดส่วนของคนรุ่น Gen Z | |||
| ประเทศ | มีความมั่นใจในการใช้งานในโลกดิจิทัล | มีความเข้าใจในระดับสูงเกี่ยวกับภัยคุกคามทางดิจิทัลและมาตรการป้องกัน | ใช้งานซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส บนสมาร์ตโฟน |
| อินเดีย | 67% | 35% | 33% |
| อินโดนีเซีย | 77% | 28% | 16% |
| มาเลเซีย | 54% | 28% | 21% |
| จีน | 66% | 10% | 27% |
| ไทย | 65% | 23% | 20% |
| เวียดนาม | 71% | 24% | 39% |
| รวมเอเชียแปซิฟิก | 67% | 26% | 26% |
การเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์อยู่ตลอดเวลานี้มาพร้อมกับความมั่นใจในระดับสูง โดยกลุ่ม Gen Z ในเอเชียแปซิฟิกประมาณสองในสามระบุว่า ตนมีความมั่นใจในการใช้งานและรับมือกับสภาพแวดล้อมทางดิจิทัล เมื่อเจาะจงดูรายตลาด พบว่าระดับความมั่นใจสูงสุดอยู่ในอินโดนีเซีย (77%) และเวียดนาม (71%) ซึ่งสูงกว่าอินเดีย (67%) จีน (66%) และไทย (65%) ที่น่าสังเกตคือ กลุ่ม Gen Z ในมาเลเซียแสดงระดับความมั่นใจทางดิจิทัลต่ำที่สุดในบรรดาตลาดที่สำรวจในเอเชียแปซิฟิก โดยมีเพียงกว่าครึ่งหนึ่งเล็กน้อย (54%) เท่านั้นที่ระบุว่าตนมั่นใจในการสำรวจโลกออนไลน์
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดถึงความเข้าใจของ Gen Z เรื่องภัยคุกคามทางดิจิทัลและมาตรการป้องกัน จะพบประเด็นที่น่ากังวล กล่าวคือ แม้คนหนุ่มสาวจำนวนมากจะมั่นใจในการใช้งานโลกออนไลน์ แต่กลับมีจำนวนน้อยกว่ามากที่เชื่อว่าตนมีความรู้ในระดับสูงเกี่ยวกับความเสี่ยงทางดิจิทัลและวิธีการป้องกันตนเอง ในภาพรวมของเอเชียแปซิฟิก มี Gen Z เพียง 26% ที่ประเมินว่าตนมีความเข้าใจในระดับสูงเกี่ยวกับภัยคุกคามทางดิจิทัลและแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยออนไลน์ ตัวเลขดังกล่าวสูงที่สุดในอินเดีย (35%) รองลงมาคืออินโดนีเซียและมาเลเซีย (ประเทศละ 28%) ในขณะที่ความมั่นใจในความรู้ด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัดในเวียดนาม (24%) ไทย (23%) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีน (10%)
พฤติกรรมทางดิจิทัลของผู้ตอบแบบสอบถามจากกลุ่มอายุต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
| สัดส่วนของผู้ตอบแบบสอบถาม | ||
| เจนเนอเรชั่น | ใช้งานซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสบนสมาร์ตโฟน | เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ |
| Gen Z | 26% | 35% |
| Millennials | 31% | 48% |
| Gen X | 28% | 50% |
| Boomers | 43% | 53% |
ความมั่นใจดังกล่าวไม่ได้นำไปสู่การลงมือป้องกันเสมอไป มีกลุ่ม Gen Z ในเอเชียแปซิฟิกเพียง 22% ที่ระบุว่ามีการใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสบนอุปกรณ์มือถือ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่ม Millennials (31%) Gen X (28%) และ Boomers (43%) ในภูมิภาคเดียวกัน นอกจากนี้ กลุ่ม Gen Z ยังมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอน้อยกว่า โดยมีเพียง 35% เท่านั้นที่ระบุว่าทำเช่นนั้นเป็นประจำ เมื่อเทียบกับ 48% ของกลุ่ม Millennials, 50% ของ Gen X และ 53% ของ Boomers
ทั้งนี้ เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ยังคงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกรุ่น โดยกลุ่ม Gen Z ในเอเชียแปซิฟิก 90% รายงานว่าเคยประสบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับกลุ่ม Millennials (90%) สำหรับเหตุการณ์ที่กลุ่ม Gen Z พบเจอนั้น ได้แก่ การถูกแฮ็กบัญชีโซเชียลมีเดีย การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล การหลอกลวงและการฉ้อโกงด้านการลงทุน รวมถึงการสูญเสียสิทธิ์ในการเข้าถึงบัญชีเกม
สมาร์ตโฟนเป็นแหล่งเก็บข้อมูลที่มีค่าที่สุดของคนรุ่น Gen Z แต่การปกป้องข้อมูลดังกล่าวยังมีจำกัด
ผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าสมาร์ตโฟนเป็นที่เก็บข้อมูลบางส่วนที่คนรุ่น Gen Z ให้ความสำคัญมากที่สุด โดยผู้ตอบแบบสอบถาม Gen Z ทั่วโลกถึง 38% มองว่ารูปถ่ายและเอกสารส่วนตัวเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และคนรุ่นนี้มีแนวโน้มที่จะเห็นคุณค่าของเอกสารส่วนตัวที่เก็บไว้ในอุปกรณ์มากกว่าคนรุ่นอื่น ๆ นอกจากนี้ อีก 30% ยังระบุว่ารหัสผ่านและข้อมูลสำหรับเข้าสู่ระบบถือเป็นข้อมูลสำคัญอย่างยิ่งเช่นกัน
แม้ข้อมูลเหล่านี้จะมีความสำคัญ แต่ข้อมูลในสมาร์ตโฟนกลับไม่ได้รับการปกป้องอย่างเพียงพอเสมอไป การใช้งานเครื่องมือปกป้องชีวิตดิจิทัลสำหรับผู้บริโภคยังคงมีจำกัด โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ในภูมิภาคนี้ และมีเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่ทำการสำรองข้อมูลสำคัญจากสมาร์ตโฟนอย่างสม่ำเสมอ
สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่มากกว่าแค่การสูญเสียตัวอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว เพราะหากสมาร์ตโฟนถูกเจาะระบบ ผู้โจมตีอาจเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่ายส่วนตัว เอกสารยืนยันตัวตน บัญชีอีเมล โปรไฟล์โซเชียลมีเดีย บริการทางการเงิน และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตดิจิทัลของบุคคลนั้น
การปกป้องในชีวิตประจำวันควรสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลในแต่ละวัน
แคสเปอร์สกี้แนะนำให้ผู้ใช้งานมองว่าความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรดิจิทัลที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่สิ่งที่ควรนึกถึงก็ต่อเมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วเท่านั้น
โซลูชันความปลอดภัยที่ครอบคลุมอย่าง Kaspersky Premium สามารถช่วยปกป้องอุปกรณ์ต่างๆ จากมัลแวร์ ฟิชชิง และภัยคุกคามออนไลน์อื่นๆ เนื่องจากปัจจุบันสมาร์ตโฟนเป็นอุปกรณ์หลักสำหรับผู้ใช้งานกลุ่ม Gen Z การปกป้องจึงควรครอบคลุมทั้งการใช้งานบนมือถือและคอมพิวเตอร์
การใช้เครื่องมือเฉพาะทางอย่าง Kaspersky Password Manager จะช่วยสร้างรหัสผ่านที่คาดเดายากและมีเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับแต่ละบัญชี พร้อมทั้งจัดเก็บรหัสผ่านเหล่านั้นไว้อย่างปลอดภัย ซึ่งช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากรหัสผ่านใดรหัสผ่านหนึ่งถูกขโมยหรือหลุดออกไปจากการรั่วไหลของข้อมูล
Kaspersky Who Calls จะช่วยระบุตัวตนของผู้โทรที่น่าสงสัย เพื่อลดความเสี่ยงจากการโทรหลอกลวงและสายที่ไม่พึงประสงค์ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับสแปมหรือการหลอกลวงที่อาจเกิดขึ้น
เมื่อใช้งานเครือข่าย Wi-Fi สาธารณะในร้านกาแฟ สนามบิน มหาวิทยาลัย หรือพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ การใช้ VPN ที่เชื่อถือได้จะช่วยเพิ่มระดับความเป็นส่วนตัวอีกขั้น ด้วยการเข้ารหัสข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตและช่วยปกป้องข้อมูลที่มีการรับส่ง
สำหรับกลุ่ม Gen Z โดยเฉพาะ แคสเปอร์สกี้ได้เปิดตัวเกมออนไลน์เชิงโต้ตอบที่มีชื่อว่า “Case 404” ในเกมแนวสืบสวนสอบสวนทางไซเบอร์นี้ ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทไขคดีสมมติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภัยคุกคามทางดิจิทัลที่มีอยู่จริง พร้อมเรียนรู้วิธีสังเกตกลโกง การหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง และกลยุทธ์การยึดบัญชีผู้ใช้ที่มักพบในวงการเกม ผ่านเกม “Case 404” นี้ แคสเปอร์สกี้ไม่เพียงแค่สร้างความตระหนักรู้เท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างทัศนคติและทักษะที่จำเป็นเพื่อให้ผู้เล่นปลอดภัยในขณะที่ทำกิจกรรมที่ตนเองชื่นชอบ
อิรินา เออร์มิโลวา รองประธานฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ผู้บริโภค แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “Gen Z เติบโตมาในโลกออนไลน์ ดังนั้น บริการดิจิทัลจึงมักให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติและคุ้นเคย อย่างไรก็ตาม ความคุ้นเคยไม่ควรทำให้ละเลยความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย และความสามารถในการใช้งานแอป แพลตฟอร์ม และอุปกรณ์ได้อย่างมั่นใจไม่ได้หมายความว่าจะสามารถระบุกลโกง จัดการรหัสผ่านได้อย่างปลอดภัย หรือปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล เช่นกัน ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าเครื่องมือและพฤติกรรมการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์จำเป็นต้องกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตดิจิทัลในชีวิตประจำวัน เช่น การส่งข้อความ การเล่นเกม หรือการใช้โซเชียลมีเดีย”
เอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “การค้นพบของเราเผยให้เห็นช่องว่างที่สำคัญระหว่างความเชื่อมั่นทางดิจิทัลและการเตรียมพร้อมทางดิจิทัลในกลุ่ม Gen Z ในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งน่ากังวลเป็นพิเศษเมื่อพิจารณาจากการเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่องทำให้คนรุ่นนี้เป็นเป้าหมายน่าสนใจสำหรับอาชญากรไซเบอร์ ในยุคที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์เปิดตัวในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยความซับซ้อนใหม่ ๆ ทำให้ผู้ใช้ไม่พึงพอใจโดยเฉพาะเยาวชน จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับปรุงความรู้ด้านดิจิทัลและเสริมสร้างการป้องกันทางไซเบอร์เพื่อให้ผู้ใช้ทุกรุ่นสามารถมั่นใจและปลอดภัยได้ขณะออนไลน์”
*การศึกษานี้ดำเนินการโดยศูนย์วิจัยตลาดของแคสเปอร์สกี้ในเดือนมีนาคม 2569 ผู้ตอบแบบสอบถาม 7,200 รายจาก 18 ประเทศเข้าร่วมในการสำรวจ (บราซิล, จีน, โคลอมเบีย, อียิปต์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิตาลี, มาเลเซีย, เม็กซิโก, รัสเซีย, ซาอุดีอาระเบีย, สเปน, แอฟริกาใต้, ไทย, ตุรกี, เวียดนาม)


