EssilorLuxottica S.A. และ Meta Platforms, Inc. ประกาศเปิดตัว Ray-Ban Meta และ Oakley Meta ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2026 เป็นต้นไปนับเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีแว่นตา AI เข้ามาสู่ตลาดประเทศไทย พร้อมเปิดประสบการณ์การใช้งาน Meta AI ในประเทศไทย ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบและเข้าถึงความสามารถของ AI ผ่านการสั่งงานด้วยเสียงได้อย่างง่ายดาย พร้อมผสานเทคโนโลยีเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
จากความสำเร็จที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามทั่วโลก ด้วยยอดจำหน่ายแล้วหลายล้านชิ้น EssilorLuxottica และ Meta เดินหน้าสานต่อความร่วมมือในการร่วมกำหนดอนาคตของวงการแว่นตาและเทคโนโยลีสวมใส่ พร้อมขยายการเปิดตัวสู่ตลาดใหม่ในหลากหลายประเทศทั่วโลก
นับตั้งแต่การเปิดตัวทั่วโลก Ray-Ban Meta ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดแว่นตา AI ระดับโลก และกลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม พร้อมนิยามมุมมองใหม่ที่ผู้คนมีต่อแว่นตา สำหรับประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ Ray-Ban จะประกอบด้วย Ray-Ban Meta (Gen 3) ในดีไซน์ Wayfarer, Aviator และ Zena
“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์แว่นตา AI มาสู่ประเทศไทยด้วยการเปิดตัว Ray-Ban Meta (Gen 3), Ray-Ban Meta Optics และ Oakley Meta ซึ่งมาพร้อมความสามารถที่เพิ่มขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ทีในชีวิตประจำวันให้ดียิ่งขึ้น เราร่วมกับ Meta ขอเชิญทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อกับโลกและผู้คนรอบตัวได้อย่างราบรื่นและง่ายดายยิ่งขึ้น ตั้งแต่การถ่ายภาพและวิดีโอแบบแฮนด์ฟรี ไปจนถึงการติดตามประสิทธิภาพด้านกีฬาแบบเรียลไทม์ การเปิดตัวครั้งนี้จะนำเสนอแว่นตา AI ที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบแว่นกันแดดและแว่นสายตา เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แตกต่างกัน เราขอเชิญทุกคนมาลองสวมแว่นและสัมผัสความแตกต่างด้วยตัวเอง” กล่าวโดย คุณศุภชัย อาชีวระงับโรค ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท EssilorLuxottica ประเทศไทย จำกัด
Ray-Ban Meta ผสานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับ Meta AI การบันทึกภาพและวิดีโอแบบแฮนด์ฟรี และระบบเสียงแบบเปิดหู (Open-ear) ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่มองเห็น ฟังเพลงและพอดแคสต์ รับสายโทรศัพท์ แปลบทสนทนา ส่งข้อความ และบันทึกช่วงเวลาต่าง ๆ จากมุมมองของตนเองได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
คอลเล็กชั่นนี้ยังให้ความสำคัญกับการมองเห็นและสไตล์ส่วนบุคคล โดยมีเลนส์ใสและเลนส์กันแดดให้เลือกหลากหลายรูปแบบ รวมถึงเลนส์ Transitions®, เลนส์โพลาไรซ์ และเลนส์กรองแสงสีฟ้า พร้อมตัวเลือกเลนส์สายตาที่รองรับความต้องการได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ Blayzer Optics (Gen 2) และ Scriber Optics (Gen 2) ซึ่งออกแบบมาเพื่อการใช้งานเป็นแว่นสายตาโดยเฉพาะ ยังช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ที่ต้องสวมแว่นสายตาOakley Meta มาพร้อมในดีไซน์ HSTN และ Vanguard ซึ่งเปิดประสบการณ์สู่ยุคใหม่ของแว่นตา Performance AI โดยทั้งสองดีไซน์ได้รับการออกแบบเพื่อการเคลื่อนไหว การใช้งานอย่างต่อเนื่อง และการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่จดจ่อกับกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ พร้อมผสานเอกลักษณ์ด้านการออกแบบของ Oakley เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยของ Meta เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถแบ่งปันช่วงเวลาแห่งชัยชนะและความสำเร็จครั้งสำคัญ ทั้งในและนอกสนาม
Oakley Meta HSTN ผสานดีไซน์อันโดดเด่นเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมให้ผู้สวมใส่บันทึกทุกช่วงเวลาของกิจกรรมได้แบบแฮนด์ฟรี ด้วยกล้องในตัวความละเอียด 3K Ultra HD และลำโพงแบบเปิดหูประสิทธิภาพสูงที่ผสานเข้ากับตัวแว่นได้อย่างลงตัว อีกทั้งมาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำระดับ IPX4 ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดและท้าทายศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ สำหรับ Oakley Meta HSTN บางรุ่น มาพร้อมเทคโนโลยีเลนส์ Oakley PRIZM™ หนึ่งในนวัตกรรมด้านการออกแบบเลนส์ขั้นสูงที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการมองเห็นและเพิ่มความความแตกต่างของสีและแสงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้ในสภาพแสงและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
Oakley Meta Vanguard เปิดประสบการณ์สู่ยุคใหม่ของ Athletic Intelligence มาพร้อมเลนส์ PRIZM™ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Oakley กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 12MP ที่ให้มุมมองกว้างถึง 122° ระบบเสียงแบบเปิดหู (Open-ear) ที่ให้เสียงทรงพลัง และเทคโนโลยีลดเสียงลมขั้นสูง โดยออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือการฝึกซ้อม ช่วยลดสิ่งรบกวนเพื่อให้ผู้สวมใส่ตื่นตัวและมีสมาธิกับกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ สำหรับ Oakley Meta Vanguard ตัวแว่นได้รับการออกแบบให้สวมใส่สบาย แม้ต้องออกกำลังกายเป็นเวลานาน และสามารถใช้งานร่วมกับหมวกกันน็อกจักรยานและหมวกทั่วไปได้ อีกทั้งยังทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ท้าทายด้วยคุณสมบัติกันน้ำและฝุ่นระดับ IP67 จึงพร้อมรับมือกับสภาพอากาศและสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่แสงแดดและหิมะ ไปจนถึงเส้นทางที่ท้าทายได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ Oakley Meta Vanguard ยังรองรับการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันด้านฟิตเนสอย่าง Strava และ Garmin เพื่อให้สามารถติดตามประสิทธิภาพการออกกำลังกายได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้นักกีฬาจดจ่อกับกิจกรรมตรงหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่เทคโนโลยีทำงานอยู่เบื้องหลัง
แว่นตาทั้งสองรุ่นมาพร้อมตัวเลือกสีและเลนส์แบบใหม่ที่หลากหลาย เปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่เลือกจับคู่และปรับแต่งได้ตามต้องการ เพื่อสะท้อนตัวตนและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล
“เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ส่วนบุคคลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเทคโนโลยีนี้เข้าใกล้ผู้คนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ผ่านแว่นตา AI ระดับแนวหน้าของวงการซึ่งพัฒนาร่วมกับ EssilorLuxottica ปัจจุบันผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกได้ใช้งานแว่นตา AI นี้เพื่อฟังเพลง รับสายโทรศัพท์แบบแฮนด์ฟรี รับคำแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และบันทึกช่วงเวลาสำคัญในชีวิตได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้งาน พร้อมดีไซน์หลากหลายสไตล์ที่ตอบโจทย์ทุกคน” กล่าวโดย คุณแพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta
ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 17,490 บาท สำหรับ Ray-Ban Meta Optics (Gen2), 16,690 บาท สำหรับ Ray-Ban Meta (Gen 3), 20,390 บาท สำหรับ Oakely Meta Vanguard, และ 16,290 บาท สำหรับ Oakley Meta HSTN
ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม เป็นต้นไป ผลิตภัณฑ์ Ray-Ban Meta และ Oakley Meta จะวางจำหน่ายทั่วประเทศที่ร้านตัวแทนจำหน่าย Ray-Ban ค้นหาร้านที่ใกล้คุณได้ที่ https://stores.ray-ban.com/thailand และี่ร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายของ Oakley ค้นหาร้านที่ใกล้คุณได้ที่ https://th.oakley.com/th/store-locator


