
Ford เตรียมลงทุนอีก 29,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในยานพาหนะไฟฟ้าและขับเคลื่อนอัตโนมัติจนกระทั่งถึงปี 2568 ซึ่งทางผู้ผลิตยานยนต์ได้ประกาศออกมาเพิ่มมากกว่าเดิมที่เคยตั้งใจไว้ถึงสองเท่าจากที่ 11,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐจนถึงปี 2565 ภายในเวลาน้อยกว่า 1 ปี ซึ่งจะใช้ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยตัวเอง และ 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในด้าน EV ซึ่งจ่ายไปแล้ว 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
บางยานพาหนะใหม่จะเป็นแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นไฟฟ้าแบบสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น Mustang Mach-E รวมทั้งปิ๊กอัพ F-150 และรถตู้ E-Transit เวอร์ชันที่ปรับเป็นระบบไฟฟ้าที่กำลังจะออกมา ซึ่ง Ford ยังโน้ตไว้ด้วยว่ารถ EV จะกลายเป็น “รากฐาน”ของแบรนด์หรู Lincoln ด้วย
“พวกเราเร่งแผนการทุกอย่างของเรา ทั้งการเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ ปรับปรุงค่าใช้จ่าย และการทำให้มีรถ EV มากขึ้นเข้าไปในแผนวัฏจักรผลิตภัณฑ์ของพวกเรา” CEO คุณ Jim Farley กล่าว
คุณ Farley ผู้ที่ขึ้นมารับตำแหน่ง CEO ต่อจากคุณ Jim Hackett เมื่อปีที่แล้วยังเพิ่มเติมอีกว่าแผนการที่”ก้าวร้าวมากยิ่งขึ้น”นี้ได้ออกแบบเพื่อที่จะช่วยให้ Ford กลายเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน EV และเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งบริษัทได้ล้าหลังกว่าคู่แข่งเจ้าอื่นๆ ได้ด้านนี้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Tesla และในระดับที่น้อยกว่าอย่าง GM ที่ได้เริ่มมีการวางขายรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบพร้อมกับเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยตัวเองที่ก้าวหน้าต่างๆ ลงไปในตลาดแล้ว