เงินที่ได้จากประกันชีวิตสะสมทรัพย์ต้องเสียภาษีไหม ? [Guest Post]

0

การวางแผนการเงินระยะกลางถึงยาวเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญมากขึ้นในยุคที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในเครื่องมือที่ตอบโจทย์ทั้งด้าน “การออม” และ “ความคุ้มครองชีวิต” ไปพร้อมกันคือประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance) เพราะนอกจากจะช่วยให้เรามีวินัยในการออม ยังสามารถใช้เป็นแผนเก็บเงินเพื่ออนาคตของลูก เงินเกษียณ หรือแม้แต่มรดกให้คนข้างหลัง

แต่คำถามที่หลายคนมักสงสัยคือ “เงินที่ได้จากประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ต้องเสียภาษีหรือเปล่า ?” เพื่อคลายข้อข้องใจ มาดูคำตอบกัน

ประกันชีวิตสะสมทรัพย์คืออะไร ?

A white piggy bank with coins on a wood surface

AI-generated content may be incorrect.

ก่อนจะเข้าสู่ประเด็นเรื่องภาษี ควรเข้าใจก่อนว่า “ประกันชีวิตสะสมทรัพย์” คือแบบประกันที่ผสมผสานระหว่าง ความคุ้มครองชีวิต กับ การออมเงิน เข้าไว้ในฉบับเดียวกัน โดยผู้เอาประกันจะได้รับเงินผลประโยชน์ใน 2 กรณีหลัก

  1. กรณีอยู่ครบสัญญา – ได้รับเงินครบสัญญาตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
  2. กรณีเสียชีวิตระหว่างสัญญา – ทายาทหรือผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

นอกจากนี้ กรมธรรม์บางแบบอาจมีเงินคืนระหว่างสัญญา (เงินจ่ายคืนรายปี) อีกด้วย

เงินผลประโยชน์จากประกันชีวิตต้องเสียภาษีไหม ?

 กรณีผู้เอาประกันเป็นผู้ได้รับเงินเอง (อยู่ครบสัญญา)

  • เงินที่ได้รับจากประกันชีวิตสะสมทรัพย์เมื่อครบสัญญา ไม่ถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี
  • เพราะถือว่าเป็น “ผลประโยชน์จากการประกันชีวิต” ซึ่ง ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 42(10) แห่งประมวลรัษฎากร
  • เงื่อนไขสำคัญ คือสัญญาประกันต้องมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี และต้องชำระเบี้ยประกันตามสัญญาจนครบ

กรณีเสียชีวิตและผู้รับผลประโยชน์เป็นทายาท/บุคคลอื่น

  • เงินที่ได้รับจากประกันชีวิตกรณีเสียชีวิตของผู้เอาประกัน ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้
  • เพราะถือเป็น “มรดก” และได้รับยกเว้นภาษีเช่นกัน
  • ไม่ว่าจะได้รับจากบริษัทประกันเท่าไร ทายาทก็ไม่ต้องนำไปยื่นในแบบแสดงรายการภาษีประจำปี

แล้วกรณีไหนที่อาจต้องเสียภาษี ?

แม้โดยทั่วไปเงินจากประกันชีวิตจะไม่ต้องเสียภาษี แต่ก็มีบางกรณีที่ต้องระวัง เช่น

  • หากเป็น ประกันชีวิตแบบระยะสั้น (ไม่ถึง 10 ปี) แล้วผู้เอาประกันยังใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไปแล้ว
    ➤ เงินผลประโยชน์ที่ได้รับอาจถูกนำกลับมาคิดภาษีในภายหลัง หรือถูกกรมสรรพากรเรียกคืนสิทธิลดหย่อน
  • หากเป็น เงินปันผล (Dividend) จากประกันบางประเภท เช่น ยูนิตลิงก์ หรือประกันควบการลงทุน
    ➤ ต้องพิจารณาว่าเงินก้อนนั้นเข้าข่ายรายได้ที่ต้องเสียภาษีหรือไม่ตามประเภทของผลตอบแทน

เคล็ดลับการวางแผนภาษีด้วยประกันชีวิตสะสมทรัพย์

  1. เลือกกรมธรรม์ที่มีระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี เพื่อให้ผลประโยชน์ที่ได้รับปลอดภาษี และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้
  2. ใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี (รวมทุกกรมธรรม์)
  3. หากใช้ร่วมกับประกันบำนาญ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เพิ่มอีกไม่เกิน 200,000 บาท (แยกคนละกลุ่ม)

เงินที่ได้รับจากประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษี ทั้งในกรณีครบสัญญาและเสียชีวิต หากเข้าเงื่อนไขของกรมสรรพากร โดยเฉพาะเรื่องระยะเวลากรมธรรม์ที่ต้องไม่น้อยกว่า 10 ปี จึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการวางแผนชีวิตแบบ “มีวินัยทางการเงิน” พร้อมรับความคุ้มครองอย่างอุ่นใจ และยังได้ประโยชน์ทางภาษีไปในตัว

ใครที่กำลังมองหาทางเลือกในการออมเงินที่มีความมั่นคง ควรพิจารณาประกันชีวิตสะสมทรัพย์เป็นหนึ่งในทางเลือกหลักที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่อง “ออม” และ “คุ้มครอง” ได้ในฉบับเดียว