ประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีได้จริงไหม มีเงื่อนไขอะไรบ้าง [Guest Post]

0

สำหรับคนวัยทำงานที่ก้าวเข้าสู่เลข 3 เรื่องที่สร้างความปวดหัวได้พอๆ กับภาระงานที่เพิ่มขึ้นคือรายการภาษีที่ต้องจ่ายในแต่ละปี ยิ่งรายได้ขยับสูงขึ้น ฐานภาษีก็ยิ่งขยับตาม การมองหาตัวช่วยที่ช่วยทั้งปกป้องความเสี่ยงด้านสุขภาพและช่วยรักษาเงินในกระเป๋าจึงเป็นกลยุทธ์ที่คนฉลาดเลือกใช้ การซื้อประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีไม่ได้เป็นเพียงการจ่ายเงินทิ้งไปเฉลี่ยเป็นรายปี แต่มันคือการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะนอกจากจะมีกองทุนสำรองไว้จ่ายค่าหมอในวันที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนจากการทำงานหนักแล้ว ยังเป็นวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายในการลดภาระทางภาษีที่เห็นผลได้ชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่ง

สิทธิ์ในการลดหย่อนที่ต้องรู้ยอดให้ชัด

การใช้ประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีนั้นมีตัวเลขที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ชัดเจน โดยสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพที่เราจ่ายจริงไปหักลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือเมื่อนำไปรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไปแล้ว ยอดรวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 100,000 บาท สิ่งที่คนมักพลาดคือการไม่ได้เช็กสัดส่วนเบี้ยระหว่างประกันชีวิตกับประกันสุขภาพให้ดีจนทำให้เสียสิทธิ์ที่ควรจะได้ไป

การจัดสรรเบี้ยประกันสุขภาพให้เต็มเพดาน 25,000 บาท เป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนวัย 30+ เพราะนอกจากจะได้วงเงินค่ารักษาพยาบาลที่สมน้ำสมเนื้อกับความเสี่ยงในวัยนี้แล้ว เงินคืนภาษีที่ได้รับกลับมายังเปรียบเสมือนส่วนลดค่าเบี้ยประกันที่ทำให้ต้นทุนการคุ้มครองสุขภาพของเราถูกลงกว่าเดิมอย่างมาก ยิ่งคนที่มีฐานภาษีสูงเท่าไหร่ ความคุ้มค่าจากการซื้อประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีก็จะยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น

เงื่อนไขความยินยอมที่ห้ามลืมเด็ดขาด

ยุคนี้ความสะดวกสบายมาพร้อมกับระบบดิจิทัล แต่ก็มีกับดักเล็กๆ ที่ทำให้หลายคนชวดสิทธิ์มาแล้ว นั่นคือการแจ้งความประสงค์ส่งข้อมูลเบี้ยประกันให้กรมสรรพากร กฎเกณฑ์ปัจจุบันระบุว่าเราต้องอนุญาตให้บริษัทประกันส่งข้อมูลยอดเบี้ยประกันสุขภาพของเราเข้าไปในระบบของสรรพากรโดยตรง

การเลือกซื้อประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีจึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ทำการติ๊กยินยอมในระบบหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ตอนทำสัญญาหรือช่วงก่อนสิ้นปี การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ นี้จะช่วยให้การยื่นภาษีออนไลน์เป็นไปอย่างราบรื่น ข้อมูลจะถูกดึงขึ้นมาให้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดความเสี่ยงในการถูกเรียกตรวจเอกสารย้อนหลังและทำให้ได้รับเงินคืนภาษีรวดเร็วกว่าเดิม

ลดหย่อนให้ตัวเองแล้ว อย่าลืมสิทธิ์ลดหย่อนให้พ่อแม่

ความกตัญญูก็สามารถเปลี่ยนเป็นสิทธิ์ทางภาษีได้เช่นกัน หากเราเป็นลูกที่น่ารักและซื้อประกันสุขภาพให้พ่อหรือแม่ เราสามารถนำเบี้ยประกันส่วนนั้นมาลดหย่อนภาษีได้เพิ่มอีกสูงสุด 15,000 บาท เงื่อนไขคือพ่อแม่ต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

นี่คือการวางแผนการเงินที่ยอดเยี่ยมสำหรับครอบครัว เพราะผู้สูงอายุมีความเสี่ยงด้านสุขภาพสูงกว่าเรา การใช้ประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีในส่วนนี้ช่วยลดภาระค่ารักษาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตของท่าน และช่วยให้เรามีเงินเหลือจากการประหยัดภาษีมาใช้จ่ายในครอบครัวได้มากขึ้น เป็นการสร้างความมั่นคงที่ครอบคลุมไปถึงคนที่เรารักที่สุด โดยที่ตัวเราเองก็ได้ประโยชน์ในเชิงตัวเลขด้วย

เลือกแผนประกันที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงมากกว่าแค่ตัวเลขภาษี

ท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายหลักของการทำประกันคือการคุ้มครองสุขภาพ การเลือกซื้อประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีไม่ควรดูเพียงแค่ยอดเบี้ยประกันเพื่อเอาไปหักภาษีให้เต็มวงเงินเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาถึงความคุ้มครองที่ได้รับว่าสอดคล้องกับค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่าผ่าตัด หรือค่ารักษาผู้ป่วยนอก (OPD)

การได้แผนประกันที่ครอบคลุมโรคร้ายแรงหรือโรคยอดฮิตของคนวัยทำงานอย่างออฟฟิศซินโดรมหรือทางเดินอาหาร จะทำให้การซื้อประกันสุขภาพลดหย่อนภาษีครั้งนี้เป็นการลงทุนที่สมบูรณ์แบบ เพราะในวันที่ต้องเจ็บป่วยจริง วงเงินประกันที่เลือกไว้อย่างรอบคอบจะช่วยรักษาเงินออมทั้งหมดไว้ไม่ให้หายไปกับค่าโรงพยาบาล ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าเงินที่ลดหย่อนภาษีได้หลายเท่าตัวนัก

การทำประกันสุขภาพลดหย่อนภาษี คือทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการทั้งความมั่นคงด้านสุขภาพและตัวช่วยในการบริหารเงินคืนภาษี เพียงแค่เข้าใจเงื่อนไขเรื่องสัดส่วนเบี้ยประกันในวงเงิน 100,000 บาท การแจ้งความประสงค์ส่งข้อมูลให้สรรพากร และการใช้สิทธิ์คุ้มครองไปถึงพ่อแม่ ก็จะช่วยให้การวางแผนภาษีในปีนี้เป็นเรื่องง่ายและได้ประโยชน์สูงสุดในทุกมิติ