เลือกซัปพลายเออร์นำเข้าอาหารทะเลแช่แข็ง B2B อย่างไร ? [Guest Post]

0

ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม โรงงานแปรรูป และผู้ค้าส่งที่ใช้วัตถุดิบอาหารทะเลในปริมาณมาก มักต้องบริหารทั้งเรื่องคุณภาพสินค้า ต้นทุน และความต่อเนื่องของซัปพลายเชนไปพร้อมกัน เพราะวัตถุดิบอย่างกุ้ง ปลาหมึก ปลา หอย หรือปู หากมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอหรือส่งมอบไม่ตรงรอบ ย่อมกระทบตั้งแต่การเตรียมเมนูไปจนถึงต้นทุนต่อจาน

การเลือกผู้ให้บริการนำเข้าอาหารทะเลแช่แข็ง B2B จึงควรมองมากกว่าราคาต่อกิโลกรัม โดยต้องพิจารณาตั้งแต่แหล่งที่มา มาตรฐานสินค้า รูปแบบบรรจุ การจัดเก็บ ไปจนถึงความสามารถในการจัดส่งวัตถุดิบให้เหมาะกับปริมาณการใช้งานของแต่ละธุรกิจ

ทำไมธุรกิจ B2B จึงนิยมใช้อาหารทะเลแช่แข็งนำเข้า ?

อาหารทะเลสดมีข้อได้เปรียบเรื่องภาพลักษณ์และความสดใหม่ แต่สำหรับธุรกิจที่ต้องใช้วัตถุดิบต่อเนื่องทุกวัน การควบคุมปริมาณสินค้าให้เพียงพออาจทำได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อสินค้าได้รับผลกระทบจากฤดูกาล สภาพอากาศ หรือปริมาณการจับในแต่ละช่วง

อาหารทะเลแช่แข็งช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนสต๊อกล่วงหน้าได้ง่ายกว่า อีกทั้งสินค้าบางชนิดสามารถนำเข้าจากแหล่งผลิตที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ เช่น ปลาแซลมอน ปูอลาสก้า หอยเชลล์ หรือปลาทะเลบางสายพันธุ์ ทำให้ผู้ประกอบการมีตัวเลือกวัตถุดิบสำหรับพัฒนาเมนูได้หลากหลายขึ้น

สำหรับร้านอาหารและโรงแรม ความสม่ำเสมอของขนาดและน้ำหนักยังช่วยให้ควบคุม Food Cost ได้ง่าย ขณะที่โรงงานแปรรูปสามารถคำนวณ Yield หรือปริมาณวัตถุดิบที่นำไปผลิตจริงได้แม่นยำมากขึ้น

เช็กแหล่งที่มาและรายละเอียดสินค้าก่อนสั่งซื้อ

ก่อนเลือกบริษัทนำเข้าอาหารทะเลแช่แข็ง B2B ควรตรวจสอบว่าสามารถระบุประเทศต้นทาง ผู้ผลิต หรือแหล่งเพาะเลี้ยงและจับสัตว์น้ำได้ชัดเจนหรือไม่ เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อสามารถตรวจสอบย้อนกลับและเปรียบเทียบคุณภาพสินค้าในแต่ละล็อตได้ง่ายขึ้น

รายละเอียดที่ควรสอบถาม ได้แก่ ชื่อสายพันธุ์ ขนาดสินค้า รูปแบบการตัดแต่ง น้ำหนักสุทธิ วิธีแช่แข็ง และปริมาณน้ำเคลือบผิวหรือ Glazing หากมี เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ชื่อเหมือนกันอาจมีสเปกแตกต่างกันมาก เช่น กุ้งขนาดเดียวกันแต่อาจจำหน่ายแบบแกะเปลือก ไว้หาง หรือผ่าหลังแล้ว การกำหนดสเปกตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดความคลาดเคลื่อนระหว่างฝ่ายจัดซื้อ ครัว และซัปพลายเออร์

เลือกขนาดบรรจุให้เหมาะกับการใช้งานจริง

ซัปพลายเออร์นำเข้าอาหารทะเลแช่แข็งสำหรับตลาด B2B มักมีบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่กว่าสินค้าขายปลีก แต่ไม่ได้หมายความว่ายิ่งซื้อแพ็กใหญ่จะยิ่งเหมาะกับทุกธุรกิจ

ร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบครั้งละไม่มากควรเลือกขนาดบรรจุที่สามารถละลายและใช้หมดภายในรอบการผลิต เพื่อลดการนำสินค้ากลับไปแช่แข็งซ้ำ ส่วนโรงแรมหรือครัวกลางที่มีปริมาณการใช้งานสูงอาจเหมาะกับลังหรือแพ็กขนาดใหญ่ เพราะช่วยลดจำนวนครั้งในการเปิดบรรจุภัณฑ์และทำให้จัดการสต๊อกง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบด้วยว่าราคาที่เสนอคิดจากน้ำหนักรวม หรือน้ำหนักสุทธิหลังหักน้ำเคลือบ เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบต้นทุนของแต่ละซัพพลายเออร์บนฐานเดียวกัน

Cold Chain ต้องต่อเนื่องตั้งแต่คลังถึงปลายทาง

อาหารทะเลแช่แข็งต้องอาศัยระบบควบคุมอุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง การเลือกซัปพลายเออร์จึงควรพิจารณาความพร้อมด้านห้องเย็น รถขนส่งควบคุมอุณหภูมิ และกระบวนการรับส่งสินค้าด้วย

ธุรกิจสามารถสอบถามแนวทางควบคุมอุณหภูมิระหว่างจัดเก็บและขนส่ง รวมถึงวิธีจัดการกรณีเกิดความล่าช้าระหว่างทาง เพราะแม้สินค้าออกจากคลังในสภาพสมบูรณ์ แต่หาก Cold Chain ขาดช่วง คุณภาพเนื้อสัมผัสและอายุการจัดเก็บอาจได้รับผลกระทบ

เมื่อรับสินค้า ควรตรวจสอบสภาพกล่อง บรรจุภัณฑ์ ร่องรอยการละลาย รวมถึงวันผลิตและวันหมดอายุก่อนนำเข้าคลังทุกครั้ง

อย่าดูเฉพาะราคาต่อกิโลกรัม

การเสนอราคาต่ำกว่าอาจดูน่าสนใจในช่วงแรก แต่ต้นทุนที่แท้จริงของวัตถุดิบต้องพิจารณาร่วมกับ Yield และคุณภาพหลังละลายด้วย

ตัวอย่างเช่น เนื้อปลาสองรายการมีราคาต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่สินค้าหนึ่งมีน้ำออกหลังละลายมากกว่า เมื่อนำไปตัดแต่งแล้วอาจเหลือน้ำหนักใช้งานจริงน้อยกว่า ทำให้ต้นทุนต่อ Portion สูงขึ้นกว่าสินค้าที่ราคาซื้อเริ่มต้นแพงกว่า

ฝ่ายจัดซื้อจึงควรทดลองสินค้าในปริมาณเล็กก่อน พร้อมบันทึกน้ำหนักก่อนและหลังละลาย ลักษณะเนื้อ กลิ่น รสชาติ และปริมาณที่ใช้ต่อหนึ่งเมนู เพื่อประเมินต้นทุนจากการใช้งานจริง

ซัปพลายเออร์ที่ดีควรรองรับแผนสั่งซื้อระยะยาว

ธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบจำนวนมากควรสอบถามซัพพลายเออร์เกี่ยวกับรอบนำเข้าอาหารทะเลแช่แข็ง B2B ปริมาณขั้นต่ำในการสั่งซื้อ ระยะเวลาจัดส่ง และความสามารถในการสำรองสินค้า เพราะหากเมนูหลักของร้านพึ่งพาวัตถุดิบชนิดใดชนิดหนึ่งมาก การขาดสต๊อกเพียงไม่กี่วันก็อาจกระทบยอดขายได้

การนำเข้าอาหารทะเลแช่แข็งที่เหมาะกับธุรกิจ B2B จึงไม่ควรจบเพียงการหาสินค้าที่ราคาดีที่สุด แต่ควรเลือกคู่ค้าที่สามารถรักษาสเปกสินค้า วางแผนสต๊อก และจัดส่งได้สอดคล้องกับรอบการใช้งาน เมื่อวัตถุดิบมีคุณภาพและปริมาณที่คาดการณ์ได้ ธุรกิจก็สามารถควบคุมต้นทุน วางแผนเมนู และบริหารการผลิตได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น